การดูแลเครื่องช่วยฟังทุกวัน | UCSF EARS
อุปกรณ์

การดูแลเครื่องช่วยฟังทุกวัน

แนวทางง่าย ๆ เพื่อช่วยให้เสียงยังคงชัด ลดการซ่อมที่อาจหลีกเลี่ยงได้ และช่วยให้เครื่องช่วยฟังทำงานได้อย่างสม่ำเสมอ พร้อมเช็กลิสต์การแก้ปัญหาที่ปลอดภัยแบบเดียวกับที่คลินิกแนะนำ เมื่อคุณรู้สึกว่าเสียง “ไม่ค่อยปกติ”

หน้านี้ช่วยเรื่องอะไร

  • ช่วยให้เสียงยังคงชัด โดยลดปัญหาที่พบบ่อย 2 อย่าง คือ ขี้หู และ ความชื้น[1][2]
  • ช่วยแก้ปัญหาที่พบบ่อยได้เร็ว (เสียงอู้อี้ ไม่มีเสียง เสียงหวีด) ด้วยเช็กลิสต์ที่ปลอดภัย ก่อนจะสรุปว่าเครื่อง “พัง”[2]
  • ช่วยรับมือกับสถานการณ์ด้านความปลอดภัยอย่างถูกต้อง โดยเฉพาะความเสี่ยงจากการกลืนแบตเตอรี่กระดุม / เหรียญ ในบ้านที่มีเด็กหรือสัตว์เลี้ยง[4][5]

คุณใช้เครื่องช่วยฟังที่ซื้อได้เองโดยไม่ต้องมีใบสั่งแพทย์ (OTC) อยู่หรือไม่? กิจวัตรนี้ยังใช้ได้เหมือนกัน แต่คู่มือผู้ใช้ของคุณอาจมีขั้นตอนเฉพาะตามรุ่น ถ้ายังใช้งานไม่ได้หลังจากลองตรวจตามนี้แล้ว ให้ใช้สายช่วยเหลือของอุปกรณ์หรือปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านการได้ยิน[2]

เมื่อใดควรใช้คู่มือฉุกเฉิน

  • มีการเปลี่ยนแปลงของการได้ยินหรือสูญเสียการได้ยินแบบฉับพลัน (ภายในไม่กี่ชั่วโมงถึงประมาณ 3 วัน) โดยเฉพาะถ้ามีเสียงรบกวนในหูใหม่ ความรู้สึกอื้อแน่นหู หรือเวียนศีรษะร่วมด้วย
  • มีอาการเวียนศีรษะ / บ้านหมุนรุนแรงร่วมกับการเปลี่ยนแปลงการได้ยินที่เพิ่งเกิดขึ้น
  • มีอาการทางระบบประสาทใหม่ ๆ (เช่น หน้าอ่อนแรงหรือชา พูดลำบาก แขนหรือขาอ่อนแรงข้างเดียวแบบใหม่ ปวดศีรษะรุนแรง)
  • มีน้ำไหลออกจากหูร่วมกับไข้ ปวดมาก หรือรู้สึกป่วยมาก
  • หากคุณคิดว่าเด็กหรือสัตว์เลี้ยงอาจกลืนแบตเตอรี่กระดุม / เหรียญ (รวมถึงแบตเตอรี่เครื่องช่วยฟัง) หรืออาจใส่เข้าไปในจมูกหรือหู

ปัญหาเครื่องช่วยฟังในชีวิตประจำวันหลายอย่าง เกิดจาก 2 เรื่องธรรมดามาก ๆ: ความชื้น และ ขี้หู กิจวัตรง่าย ๆ สามารถช่วยลดเสียงอู้อี้ เสียงขาด ๆ หาย ๆ และการซ่อมที่ไม่จำเป็นได้[1][2]

ความปลอดภัยเรื่องแบตเตอรี่ (ในบ้านที่มีเด็กหรือสัตว์เลี้ยง)

แบตเตอรี่เครื่องช่วยฟังแบบใช้แล้วทิ้งเป็นแบตเตอรี่กระดุม / เหรียญ หากกลืนเข้าไป หรือใส่เข้าไปในจมูกหรือหู อาจทำให้เกิดอันตรายรุนแรงภายในร่างกายได้ หากสงสัยว่าเกิดเหตุการณ์แบบนี้ ให้รีบไปพบแพทย์ฉุกเฉินทันที และโทร:

  • National Battery Ingestion Hotline: 800-498-8666[5]
  • Poison Help: 800-222-1222[5]

คำแนะนำบางแหล่งแนะนำให้ให้ น้ำผึ้ง แก่เด็กบางคนที่มีอายุ 12 เดือนขึ้นไป ระหว่างเดินทางไปห้องฉุกเฉิน หากอาจกลืนแบตเตอรี่กระดุมเข้าไป แต่ ห้ามชะลอการไปห้องฉุกเฉิน และ ห้ามเด็ดขาด ให้เด็กอายุต่ำกว่า 12 เดือนกินน้ำผึ้ง[4][5]

ลองเริ่มจากตรงนี้ก่อน: กิจวัตรตอนกลางคืน 5 นาที

ทำตามขั้นตอนนี้ตามลำดับ

  1. เช็ด เครื่องช่วยฟังด้วยผ้าแห้งนุ่ม[1]
  2. ปัดด้วยแปรง บริเวณช่องไมโครโฟนด้วยอุปกรณ์ที่ให้มา (ทำอย่างเบามือ ห้ามใช้เข็มหรือไม้จิ้มฟัน)[2]
  3. ตรวจดูว่ามีขี้หูหรือไม่ (ที่ตัวกรอง / แผ่นกันขี้หู หรือช่องเปิดของรีซีฟเวอร์) เปลี่ยนตัวกรองถ้าดูเหมือนอุดตัน หรือถ้าช่วงนี้เสียงอู้อี้[3]
  4. ทำให้แห้งและเก็บ:
    • แบตเตอรี่แบบใช้แล้วทิ้ง: เปิดฝาช่องแบตเตอรี่ทิ้งไว้ข้ามคืนเพื่อให้ความชื้นระบายออก (ถ้ารุ่นของคุณมีฝาช่องแบตเตอรี่)[8]
    • แบบชาร์จได้: เช็ดและปล่อยให้แห้งในอากาศสักสองสามนาทีก่อนวางบนแท่นชาร์จ หากเปียกชื้นมาก ให้รอจนแห้งสนิทก่อนชาร์จ[2]
    • เก็บไว้ในกล่องที่แห้ง ห่างจากความชื้นและสัตว์เลี้ยง[1][8]
  5. เช็กการฟังแบบเร็ว ๆ ในเช้าวันถัดไปก่อนออกจากบ้าน (“วันนี้เสียงฟังดูปกติดีไหม?”)[2]

รู้จักส่วนที่มักทำให้เกิดปัญหา

  • ไมโครโฟน (ช่องเล็ก ๆ): อาจอุดตันจากฝุ่น ใยผ้า เครื่องสำอาง หรือเศษสิ่งสกปรก
  • รีซีฟเวอร์ / ลำโพง: อยู่ใกล้ช่องหู จึงสะสมขี้หูได้ง่าย
  • แผ่นกันขี้หู / ตัวกรอง: ออกแบบมาเพื่อกันขี้หูก่อนที่จะเข้าไปถึงรีซีฟเวอร์ และจำเป็นต้องเปลี่ยนเป็นครั้งคราว[3]
  • จุกโดม / เอียร์โมลด์: ถ้าหลวมหรือมีรอยแตก อาจทำให้เกิดเสียงหวีดจากการป้อนกลับของเสียง

การดูแลรายวัน

ตอนเช้า (30 วินาที)

  • สังเกตความเปลี่ยนแปลงของเสียง: ถ้าเสียงอู้อี้หรือขาด ๆ หาย ๆ อาจเป็นสัญญาณของขี้หู ความชื้น หรือการเชื่อมต่อที่หลวม[2]
  • เช็กความพอดี: หากจุกโดมหรือเอียร์โมลด์แนบไม่สนิท อาจทำให้เกิดเสียงหวีด[2]
  • หลีกเลี่ยงน้ำและสเปรย์: ถอดเครื่องช่วยฟังก่อนอาบน้ำหรือว่ายน้ำ และหลีกเลี่ยงไม่ให้สเปรย์ผมหรือเครื่องสำอางเข้าไปในช่องไมโครโฟน[1][8]

ตอนเย็น

  • ทำความสะอาดอย่างเบามือ ด้วยผ้าแห้งและแปรง หลีกเลี่ยงของมีคม หากใช้แผ่นเช็ด ให้เลือกผลิตภัณฑ์ที่ออกแบบมาสำหรับอุปกรณ์การได้ยิน และอย่าให้ของเหลวเข้าไปในช่องเปิด[2][8]
  • ทำให้แห้งข้ามคืน โดยเฉพาะถ้าความชื้นหรือเหงื่อเป็นปัญหา ผู้ผลิตบางรายแนะนำระบบทำให้แห้งที่ปลอดภัยสำหรับอุปกรณ์ เมื่อมีปัญหาเกี่ยวกับความชื้น[8]
  • ความปลอดภัยในการชาร์จ: วางแท่นชาร์จบนพื้นผิวแข็งและมั่นคง หากอุปกรณ์แบบชาร์จได้หรือแท่นชาร์จร้อนผิดปกติ บวม แตก หรือมีกลิ่น “เคมี” ให้หยุดใช้และติดต่อคลินิกหรือผู้ผลิต แบตเตอรี่ลิเทียมไอออนไม่ควรถูกทิ้งลงถังขยะทั่วไปในบ้าน[6][7]

การดูแลรายสัปดาห์ (หรือเมื่อจำเป็น)

  • เปลี่ยนแผ่นกันขี้หู / ตัวกรอง เมื่อเสียงเริ่มอู้อี้หรือเมื่อตัวกรองดูเหมือนอุดตัน หากไม่แน่ใจว่าควรใช้ตัวกรองแบบใด ให้ติดต่อผู้เชี่ยวชาญด้านการได้ยิน[3]
  • ตรวจจุกโดม / ท่อ ว่ามีรอยแตกหรือแข็งเกินไปหรือไม่ จุกโดมที่มีรอยแตกอาจทำให้เกิดเสียงหวีดและรู้สึกไม่สบาย
  • ทำความสะอาดเอียร์โมลด์ ตามคำแนะนำของคลินิกเท่านั้น (บางแบบล้างได้ บางแบบล้างไม่ได้)
  • ตรวจช่องไมโครโฟน ว่ามีฝุ่นหรือใยผ้าหรือไม่

การจัดการความชื้น

ความชื้นอาจมาจากอากาศชื้น เหงื่อ ฝน หรือการเก็บอุปกรณ์ไว้ในที่มีไอน้ำ (เช่น ห้องน้ำ) การทำให้อุปกรณ์แห้งอยู่เสมอเป็นคำแนะนำสำคัญที่พบซ้ำ ๆ ในแนวทางการดูแลการได้ยิน[1][2][8]

  • ถอดอุปกรณ์ก่อนอาบน้ำหรือว่ายน้ำ เว้นแต่แพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญจะให้คำแนะนำอย่างอื่น[1][8]
  • หลังออกกำลังกาย ให้เช็ดอุปกรณ์และปล่อยให้แห้งสนิท[2]
  • หลีกเลี่ยงการวางในรถที่ร้อน กลางแดดจัด และหลีกเลี่ยงการใช้ความร้อนสูงในการทำให้แห้ง (ไดร์เป่าผมอาจทำให้วงจรอิเล็กทรอนิกส์เสียหายได้)[1][8]

หากเครื่องช่วยฟังเปียกน้ำ

  1. ถอดออก และ ปิดเครื่อง (หรือเปิดฝาช่องแบตเตอรี่ หากมี)
  2. เช็ดอย่างเบามือ ด้วยผ้าแห้ง
  3. ปล่อยให้แห้งตามธรรมชาติ ในกล่องแห้ง หลีกเลี่ยงความร้อน และห้ามเป่าลมอัด / ลมกระป๋องเข้าไปในช่องเปิดของเครื่อง[1]
  4. แบบชาร์จได้: อย่าวางบนแท่นชาร์จจนกว่าอุปกรณ์จะแห้งสนิท
  5. หากวันถัดไปยังเปิดไม่ติด หรือเสียงผิดเพี้ยน ให้ติดต่อคลินิก

ความผิดพลาดที่พบบ่อยและทำให้เกิด “ปัญหาหาสาเหตุยาก”

หลีกเลี่ยงสิ่งเหล่านี้ (เพราะทำให้ต้องซ่อมโดยไม่จำเป็นบ่อยมาก)

  • น้ำกับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์: อย่าล้างเครื่องช่วยฟังใต้ก๊อกน้ำ ถอดออกก่อนอาบน้ำหรือว่ายน้ำ[1][8]
  • แอลกอฮอล์ / สารทำละลาย / น้ำยาทำความสะอาดในบ้าน: แอลกอฮอล์ สารทำละลาย และน้ำยาทำความสะอาดทั่วไปอาจทำให้อุปกรณ์เสียหาย ควรใช้ผลิตภัณฑ์ที่คลินิกแนะนำ หรือที่ออกแบบมาสำหรับอุปกรณ์การได้ยิน[8]
  • เป่าลมอัด / ลมกระป๋องเข้าไปในช่องเปิด: อาจดันสิ่งสกปรกเข้าไปลึกขึ้น หรือทำให้แผ่นป้องกันที่บอบบางเสียหาย
  • ใช้เครื่องมือแหลมคม: เข็มหรือไม้จิ้มฟันอาจทำให้ตะแกรงไมโครโฟนฉีกขาด
  • วางทิ้งไว้ให้สัตว์เลี้ยงเข้าถึงได้: เครื่องช่วยฟังมักเป็นของที่สัตว์เลี้ยงชอบกัดเล่น ควรเก็บในกล่อง[8]

การแก้ปัญหา: เช็กลิสต์ที่ปลอดภัยแบบที่คลินิกแนะนำ

ส่วนนี้ออกแบบมาเพื่อชีวิตจริง: คุณมีเวลาแค่ 2 นาที อยากได้เสียงกลับมา และไม่อยากทำให้แย่ลง ให้เริ่มจากการตรวจที่ง่ายที่สุดก่อน[2]

ปัญหา ให้ลองทำตามนี้ (ตามลำดับ) ถ้ายังไม่ดีขึ้น
ไม่มีเสียง
  1. ตรวจว่าเครื่องเปิดอยู่ / เลือกโปรแกรมถูกต้อง / ระดับเสียงไม่ได้ถูกปิดเสียง
  2. ชาร์จให้เต็มหรือเปลี่ยนแบตเตอรี่[2]
  3. ตรวจว่ามีขี้หูอุดตันหรือไม่ (ที่แผ่นกันขี้หู / ตัวกรอง จุกโดม หรือช่องเปิดของรีซีฟเวอร์) ถ้าตัวกรองอุดตัน ให้เปลี่ยน[3]
  4. ตรวจให้แน่ใจว่าจุกโดม / รีซีฟเวอร์ใส่เข้าที่ดีและไม่หลวม
ลองเปรียบเทียบกับหูอีกข้างหรือเครื่องอีกข้าง (ถ้ามี) หากยังไม่มีเสียงหลังจากทำตามขั้นตอนข้างต้น ให้ติดต่อคลินิก
เสียงอู้อี้ / “เหมือนฟังอยู่ใต้น้ำ”
  1. เปลี่ยนแผ่นกันขี้หู / ตัวกรอง (นี่เป็นวิธีแก้ที่พบบ่อย)[3]
  2. ปัดช่องไมโครโฟนอย่างเบามือ แล้วเช็ดอุปกรณ์
  3. ตรวจจุกโดมหรือเอียร์โมลด์ว่ามีขี้หูสะสมหรือยุบตัวหรือไม่
  4. ถ้าปัญหาเรื่องความชื้นเกิดซ้ำ ๆ ให้ลองเก็บไว้ในกล่องอบแห้งข้ามคืน (ถามคลินิกว่าอะไรปลอดภัยสำหรับรุ่นของคุณ)[8]
หากเสียงยังอู้อี้อยู่ คลินิกสามารถตรวจรีซีฟเวอร์ / ท่อ และช่องหูของคุณ (รวมถึงขี้หู) ได้
เสียงติด ๆ ดับ ๆ / ขาด ๆ หาย ๆ
  1. ชาร์จให้เต็ม / เปลี่ยนแบตเตอรี่[2]
  2. ปล่อยให้แห้งข้ามคืน (เหงื่อ / ความชื้นเป็นสาเหตุที่พบบ่อย)[1][2]
  3. ตรวจว่ามีสิ่งสกปรกในช่องไมโครโฟนและรอบจุดสัมผัสหรือไม่
  4. ถ้าเสียงจาก Bluetooth ตัด ๆ ให้รีสตาร์ตโทรศัพท์และเครื่องช่วยฟัง แล้วลองฟังโดยไม่ใช้สตรีมมิง เพื่อดูว่าเป็นปัญหาการเชื่อมต่อหรือไม่
หากยังเป็นต่อเนื่อง ให้ติดต่อคลินิก (อาจเกี่ยวกับรีซีฟเวอร์ ไมโครโฟน หรือจุดสัมผัส)
เสียงหวีด / การป้อนกลับของเสียง
  1. ใส่จุกโดมหรือเอียร์โมลด์ใหม่ให้ถูกตำแหน่ง (เป็นวิธีแก้ที่พบบ่อย)[2]
  2. ตรวจว่ามีขี้หูหรือไม่ (ขี้หูอาจทำให้การแนบกระชับเปลี่ยนไป)[2]
  3. เปลี่ยนจุกโดมหรือท่อ หากมีรอยแตก
  4. ตรวจให้แน่ใจว่าหมวก สายหน้ากาก หรือเส้นผมไม่ได้ดันเครื่องออกจากตำแหน่ง
หากมีเสียงหวีดแบบใหม่และยังไม่หาย อาจหมายถึงต้องปรับความพอดี หรือการได้ยินของคุณอาจเปลี่ยนไป ควรนัดพบคลินิก[2]
คัน / เจ็บ
  1. พักการใส่สักครู่และตรวจดูว่ามีรอยแดงหรือแผลหรือไม่
  2. ตรวจให้แน่ใจว่าจุกโดมหรือเอียร์โมลด์ไม่ฉีก ไม่แข็งเกินไป หรือวางอยู่ผิดตำแหน่ง
  3. ดูแลให้อุปกรณ์สะอาดและแห้ง เพราะความชื้นอาจทำให้อาการระคายเคืองแย่ลง[2]
หากมีผิวหนังถลอก เจ็บมาก มีของเหลวไหล มีไข้ หรือมีผื่นลาม ควรติดต่อคลินิกโดยเร็ว

เมื่อใดควรโทรหาคลินิก (และเมื่อใดที่ถือว่าด่วน)

ให้ติดต่อทีมดูแลการได้ยินของคุณ หากสังเกตเห็นสิ่งต่อไปนี้:

  • เสียงอู้อี้ต่อเนื่องแม้ทำความสะอาดและเปลี่ยนแผ่นกันขี้หูแล้ว
  • มีอาการเจ็บ คัน ผิวหนังถลอก เป็นแผล หรือมีผื่นบริเวณที่อุปกรณ์สัมผัสผิวหนัง
  • เกิดเสียงหวีดแบบใหม่ที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
  • ชาร์จไม่ได้ ร้อนเกินไป บวม หรือมีการกัดกร่อน
  • จุกโดมหรือปลายจุกหายไป หรือคุณคิดว่าอาจมีชิ้นส่วนค้างอยู่ในช่องหู (อย่าพยายามใช้เครื่องมือคีบออกเอง)
  • มีของเหลวไหลจากหูแบบใหม่ (โดยเฉพาะหากคุณเคยมีของเหลวไหลจากหูเรื้อรังมาก่อน เพราะของเหลวจากหูก็อาจทำให้เครื่องช่วยฟังเสียหายได้เมื่อเวลาผ่านไป)[1]

สัญญาณอันตรายที่ไม่ควรรอ

หากคุณมี การเปลี่ยนแปลงการได้ยินแบบฉับพลัน (ภายในไม่กี่ชั่วโมงถึงไม่กี่วัน) มีอาการเวียนศีรษะรุนแรงแบบใหม่ มีน้ำไหลออกจากหูร่วมกับไข้ หรือมีอาการหน้าอ่อนแรง / ชาแบบใหม่ หรืออาการทางระบบประสาทอื่น ๆ ที่น่ากังวล ควรรีบไปประเมินอาการทันที ใช้คู่มือความปลอดภัยของเราเพื่อดูว่า “ตอนนี้ควรทำอะไร”

สรุปสำคัญ

การทำความสะอาดอย่างอ่อนโยนทุกวันร่วมกับการควบคุมความชื้น ช่วยป้องกันปัญหาที่พบบ่อยได้หลายอย่าง[1][2] หากมีอะไรเปลี่ยนไป ให้ใช้เช็กลิสต์การแก้ปัญหาก่อน และถ้ามีอาการเจ็บ มีของเหลวไหล มีไข้ ร้อนผิดปกติ หรือมีการเปลี่ยนแปลงการได้ยินแบบฉับพลัน ให้รีบขอความช่วยเหลือ

เอกสารอ้างอิง

เอกสารอ้างอิงสนับสนุนข้อความที่สำคัญด้านความปลอดภัยและการดูแลทางคลินิก หน้านี้มีไว้เพื่อการให้ความรู้ และไม่สามารถทดแทนคำแนะนำทางการแพทย์เฉพาะบุคคลได้ ขั้นตอนบางอย่างอาจแตกต่างกันไปตามยี่ห้อและรุ่นของอุปกรณ์ ดังนั้นให้ยึดตามคู่มือผู้ใช้และคำแนะนำจากคลินิกของคุณ

  1. National Institute on Deafness and Other Communication Disorders (NIDCD). Hearing Aids. (การดูแลทั่วไป: รักษาอุปกรณ์ให้สะอาดและแห้ง หลีกเลี่ยงความร้อน หลีกเลี่ยงสเปรย์ เก็บให้ห่างจากเด็กและสัตว์เลี้ยง และของเหลวจากหูอาจทำให้เครื่องช่วยฟังเสียหายได้) https://www.nidcd.nih.gov/health/hearing-aids
  2. American Speech-Language-Hearing Association (ASHA). Daily Care and Troubleshooting Tips for Hearing Aids (Audiology Information Series, 2022). https://www.asha.org/siteassets/ais/ais-hearing-aids-troubleshooting.pdf
  3. Oticon (ตัวอย่างจากผู้ผลิต). How to replace the wax filter on your hearing aids. (ตัวกรอง / แผ่นกันขี้หูมีหลายแบบ ควรใช้ชนิดที่ถูกต้อง และหากไม่แน่ใจให้ติดต่อผู้เชี่ยวชาญด้านการได้ยิน) https://www.oticon.com/support/care-and-cleaning/basic-hearing-aid-use/how-to-replace-wax-filter-on-hearing-aids
  4. U.S. Consumer Product Safety Commission (CPSC). Button Cell and Coin Battery Information Center. (คำแนะนำในภาวะฉุกเฉินและข้อควรระวังเรื่อง “น้ำผึ้ง” สำหรับเด็กบางราย โดยไม่ควรชะลอการไปห้องฉุกเฉิน) https://www.cpsc.gov/Safety-Education/Safety-Education-Centers/Button-Cell-Coin-Battery-Information-Center
  5. National Capital Poison Center (Poison.org). Button Battery Ingestion. (หมายเลขสายด่วนและขั้นตอนเร่งด่วน) https://www.poison.org/battery
  6. U.S. Environmental Protection Agency (EPA). Used Lithium-Ion Batteries. (ความปลอดภัยในการกำจัดและรีไซเคิล) https://www.epa.gov/recycle/used-lithium-ion-batteries
  7. U.S. Fire Administration (USFA/FEMA). Battery Fire Safety. (สัญญาณเตือน เช่น กลิ่น ความร้อน หรือรูปร่างเปลี่ยนไป และข้อควรระวังในการกำจัด) https://www.usfa.fema.gov/prevention/home-fires/prevent-fires/batteries/
  8. PhonakPro (ตัวอย่างจากผู้ผลิต). Care and cleaning of your hearing systems. (ตัวอย่างคำเตือนทั่วไปจากผู้ผลิตเกี่ยวกับความชื้น ความร้อน สารทำละลาย / น้ำยาทำความสะอาด และการใช้ระบบทำให้แห้งที่ปลอดภัยต่ออุปกรณ์) https://www.phonakpro.com/content/dam/phonakpro/gc_hq/en/products_solutions/other_products/documents/care_cleaning_of_your_hearing_system.pdf

คำถามที่พบบ่อย

ควรเปลี่ยนตัวกรองขี้หูบ่อยแค่ไหน?

ไม่มีตารางเปลี่ยนที่เหมือนกันสำหรับทุกคน หลายคนจะเปลี่ยนเมื่อเสียงเริ่มอู้อี้ หรือตัวกรองดูสกปรก ผู้ผลิตบางรายอาจแนะนำช่วงเวลาสำหรับการเปลี่ยนเป็นประจำ แต่เหตุผลที่ชัดเจนที่สุดในการเปลี่ยนคือเมื่อมันอุดตัน หากไม่แน่ใจว่าควรใช้ตัวกรองแบบใด ให้ถามผู้เชี่ยวชาญด้านการได้ยิน[3]

ทำไมบางครั้งเครื่องช่วยฟังของฉันถึงมีเสียงหวีด?

สาเหตุที่พบบ่อยคือมีขี้หูสะสม จุกซิลิโคน / เอียร์โมลด์แนบไม่สนิท หรือใส่อุปกรณ์ไม่เข้าที่ การทำความสะอาดและใส่ใหม่ให้ถูกต้องมักช่วยได้ ถ้าเป็นอาการที่เพิ่งเกิดขึ้นและยังเป็นต่อเนื่อง คลินิกสามารถตรวจความพอดีและการตั้งค่าให้ได้[2]

ฉันสามารถใส่เครื่องช่วยฟังตอนออกกำลังกายได้ไหม?

หลายคนก็ใส่ได้ตามปกติ หากปัญหาคือเหงื่อ ให้เช็ดอุปกรณ์หลังออกกำลังกายและปล่อยให้แห้ง หากมีปัญหาเรื่องความชื้นซ้ำ ๆ ให้ถามคลินิกเกี่ยวกับวิธีป้องกันและการดูแลรักษา[1][2]

ใช้แผ่นเช็ดแอลกอฮอล์ทำความสะอาดเครื่องช่วยฟังได้ไหม?

โดยมากแล้ว ไม่แนะนำ ให้ใช้กับตัวเครื่องช่วยฟังโดยตรง เว้นแต่คลินิกหรือผู้ผลิตจะยืนยันว่าปลอดภัยสำหรับรุ่นของคุณ แอลกอฮอล์ สารทำละลาย และน้ำยาทำความสะอาดทั่วไปอาจทำให้อุปกรณ์เสียหาย และหากของเหลวเข้าไปในช่องเปิดก็อาจทำให้เกิดปัญหาได้ ควรถามคลินิกว่าควรใช้อะไรกับอุปกรณ์ของคุณ โดยเฉพาะหากคุณต้องการใช้แผ่นเช็ดฆ่าเชื้อ (เช่น หลังจากป่วย)[8]